✅ สำหรับ Selling Price ช่องแรกหรือราคาขายสินค้าที่เราตั้ง อันนี้เราต้องรวมค่าส่งไปด้วยนะครับ ปกติค่าส่งเราเก็บจากคนซื้ออยู่แล้ว แต่ในการคิดค่าธรรมเนียมของ etsy เค้าจะคิดแบบรวมค่าต่างๆ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าส่ง ค่าห่อของขวัญ คือรวมหมดจนเป็นยอดเงินที่ลูกค้าต้องจ่าย ให้เรากรอกตัวเลขลงไปครับ
✅ ตัว Cost หรือต้นทุนสินค้า คือสินค้ารายการนี้ของเรามีต้นทุนในการทำเท่าไหร่ ให้เอามาใส่ช่องนี้ครับ ถ้าเรามีค่าส่งที่บวกไปก่อนหน้านี้ใน Selling Price แล้ว ให้เราเอามาใส่ที่นี่ด้วย เพราะค่าส่งมันคือต้นทุนเช่นกัน (บางกรณีค่าส่งจริง กับค่าส่งที่เก็บกับลูกค้าอาจจะไม่เท่ากัน) ลูกค้าจ่ายเงินค่าส่งให้เราก็จริง แต่เราก็ต้องไปจ่ายต่อเช่นกัน เพราะฉนั้นตรง Cost หรือต้นทุน ก็จะเป็น ต้นทุนสินค้า บวกด้วยค่าส่ง แต่ถ้าสินค้าเราเป็น digital product ไม่มีค่าส่งก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ครับ
✅ Offsite Ads Sales คืออะไร เวลาที่เราลงขายสินค้าใน etsy ทางระบบเค้าจะเอาสินค้าเราไปโปรโมทใน facebook google instagram ให้เราด้วย หรือเรียกง่ายๆ ว่าเอาไปยิง ads ให้นั่นหละครับ ซึ่งเราจะไม่เสียเงินเลยจนกว่าสินค้านั้นจะขายได้ และถ้าขายได้ระบบจะชาร์จเรา 15% หรือ 12% ของยอดขายรายการนั้นๆ
12% 15% ดูยังไง คือ ถ้าร้านของคุณมีรายได้หนึ่งปีเกิน $10,000 เหรียญ คุณจะโดน 12% สำหรับ offsite ads แต่ร้านคุณจะไม่สามารถปิด offisite ads ได้
ถ้าร้านของคุณยอดขายต่อปีต่ำกว่า $10,000 เหรียญ คุณจะโดน 15% และคุณสามารถที่จะปิด offsite ads ไม่ให้ระบบเอาสินค้าคุณไปลง ads ที่อื่นได้
📌 การคำนวณนี้ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด นอกจากค่าธรรมเนียมและ Vat ที่มาจากค่าธรรมเนียมแล้ว ยังมี Sale Tax ของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ แต่ละพื้นที่มาคิดรวมกับยอดที่หักด้วย ทำให้ยอดนี้ที่คำนวณจากเครื่องมือจะไม่ตรงกับที่หักจริงเล็กน้อย แต่โดยรวมสามารถใช้เป็นไกด์ในการตั้งราคาได้ครับ